ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Nicasio

ให้บริการนำเข้าสินค้าและจัดส่งถึงที่อยู่ปลายทางของลูกค้า เหมาะสำหรับลูกค้าที่สามารถติดต่อร้านค้า/โรงงานและสั่งซื้อได้ด้วยตนเอง ด้วยโมเดลทางธุรกิจแบบใหม่ ด้วยการแชร์ตู้คอนเทนเนอร์ ทางลูกค้าจะได้อัตราค่านำเข้าที่ต่ำสุดเปรียบเหมือนเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงใดๆเพิ่มเติม
จุดเด่นของเรา คือค่าบริการตามจริงไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายแอบแฝง ทางลูกค้าสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายได้ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของเราได้โดยตรง ลูกค้าสามารถเช็คสถานะสินค้าของท่านได้แบบออนไลน์ด้วยตัวเองได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านหน้าเว็บไซต์ (ข้อมูลสินค้าแต่ละชิ้นจะมีการอัพเดตแบบเรียลไทม์จากโกดังที่จีน)ค่าใช้จ่ายมีเพียงตามรายละเอียดด้านล่างนี้เท่านั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรือเก็บเพิ่มเติมเหมือนกับผู้ให้บริการรายอื่นๆ


ความมุ่งมั่นของเรา
           คือ “การสร้างความแข็งแกร่งและข้อได้เปรียบของผู้นำเข้าขนาดกลางและเล็ก” ด้วยการแก้ปัญหาการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน เราเชื่อว่าการทำธุรกิจที่จะเติบโตอย่างมั่นคงนั้น ไม่ได้มากจากการให้บริการที่สร้างแต่ผลกำไรเท่านั้น เป้าหมายของเราคือการตอบสนองภารกิจหลัก 4 ประการ ดังนี้
  • การสร้างสรรค์แพลตฟอร์มการนำเข้าสินค้าเพื่อให้ทุกคนช่วยกันประหยัดได้มากขึ้น
  • การขนส่งที่ได้มาตรฐานระดับสากลคือปัจจัยหลักในการดำเนินงานของเรา เราลงทุนทั้งเงินทุนและกำลังสมองอย่างมากโดยการสร้างสรรค์แพลตฟอร์มใหม่ในการรองรับระบบการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน
  • การสร้างสรรค์ระบบการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนที่เป็นประโยชน์มากที่สุดสำหรับทุกคน
  • การปรับปรุงและพัฒนาระบบขายส่งและระบบนำเข้าเพื่อเพิ่มอำนาจให้กับผู้นำเข้าขนาดกลางและเล็ก


รายละเอียดค่าใช้จ่าย

แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆคือ
  1. ค่าบริการนำเข้าทางรถ บาทต่อกิโลกรัม (รับขั้นต่ำ 5 กิโลกรัม ซึ่งหากไม่ถึงจะคิดเป็นขั้นต่ำที่ 5 กิโลกรัม)
  2. ค่าส่งสินค้าในประเทศไทย โดยจะจัดส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชนและไปรษณีย์ไทย

ค่าส่งสินค้าในไทย

ทางเราจะมีการบวกค่าน้ำมันเพิ่มในส่วนของการจัดส่งไปที่บริษัทขนส่งประมาณ 40 บาท ซึ่งราคาที่แจ้งข้างต้นนี้รวมค่าจัดส่งจากโกดังในไทยไปที่บริษัทขนส่งและค่าจัดส่งของบริษัทขนส่งไปที่ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว
การจัดส่งสินค้าผ่านบริษัทขนส่งจะจัดส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชน โดยจะมีการจัดส่งสัปดาห์ละประมาณ 5-6 รอบเว้นวันอาทิตย์ (ลูกค้าสามารถเข้าไปรับสินค้าได้ด้วยตัวเองที่โกดังของเราในไทย โดยไม่มีเสียค่าจัดส่งในไทย)


Nicasio ให้บริการเพิ่มเติม

  1. บริการตรวจนับจำนวนสินค้า
  2. ตีลังไม้จากโกดังของเราที่จีนเพื่อป้องกันสินค้าและกล่องสินค้าเสียหาย ลังไม้สามารถสั่งทำได้หลายขนาด ตามความต้องการของลูกค้า (ในขั้นตอนการขนส่งระหว่างประเทศแต่ไม่รวมถึงขั้นตอนการส่งจากร้านค้าในจีนไปที่โกดังของเราที่จีน) ค่าบริการขึ้นอยู่กับขนาดของลังสินค้า สนใจตีลังไม้ กรุณาแจ้งเราเพิ่มเติมก่อนการสั่งซื้อ 
  3. บริการตรวจ QC คุณภาพสินค้า คือการตรวจสอบแบบหรือสเปคของสินค้า การตรวจสอบสี /ไซส์ของสินค้า การตรวจสอบตำหนิของสินค้า
  4. การทำประกันสินค้า การทำประกันสินค้าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 3%-6% ของมูลค่าราคาสินค้าที่ได้แจ้งทำประกัน ในกรณีสินค้าสูญหายจากขั้นตอนการนำเข้าและการส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทางเราจะรับผิดชอบเต็ม 100% ของมูลค่ราคาสินค้าที่ได้แจ้งเข้ามา แต่จะไม่ได้รับประกันรวมถึงการส่งสินค้าที่มีปัญหา ผิดสี ไซส์ แบบ สินค้าไม่ครบตามจำนวน หรือคุณภาพสินค้าซึ่งมีสาเหตุเกิดจากความผิดส่วนของโรงงานผู้ผลิตหรือร้านค้าและไม่รวมถึงขั้นตอนการจัดส่งของบริษัทขนส่งหรือไปรษณีย์ในประเทศไทย


ขั้นตอนการนำเข้าสินค้ากับเรา

รายการสินค้าที่ไม่รับสั่งซื้อและนำเข้า
  1. สินค้าประเภทอาหาร ยาและเครื่องดื่ม
  2. สินค้าผิดกฎหมาย สินค้าติดลิขสิทธิ์และสินค้าต้องห้ามอื่น
  3. สินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์เป็นกระดาษหรือวัสดุที่เสียหายหรือผิดรูปได้ง่าย บรรจุภัณฑ์เหล่านี้จะมีโอกาสเสียหายได้จากการกดทับในขั้นตอนของการขนส่ง 
  4. สินค้าจำพวกแก้วหรือวัสดุที่แตกหัก สินค้าที่ชำรุดหรือเสียหายง่าย


การนำเข้าทางรถระยะเวลาที่ใช้ขนส่งทางรถโดยประมาณ

ระยะเวลาเดินทางมาไทยทางรถ 5 วัน (หากสั่งซื้อจากสินค้าจำนวนมากจากร้านเดียวกัน โกดังที่จีนจะสามารถส่งสินค้าออกให้ได้ในวันเดียวกันทันที แต่หากลูกค้าสั่งซื้อสินค้าจากหลายๆร้านค้า จะต้องใช้เวลาในการรอรวมสินค้า และแพคสินค้าอีกประมาณ 1 วัน) เมื่อสินค้ามาถึงไทย จะใช้เวลาในการคัดแแยกสินค้าพร้อมจัดส่งให้กับลูกค้าประมาณ 1 วันทำการ ยิ่งร้านค้าส่งสินค้ามาให้ได้เร็ว ทางเราก็สามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้เร็วขึ้นเช่นกัน รวมขั้นตอนการสั่งซื้อทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 10 - 15 วัน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รายระเอียดการจ่ายค่าตอบแทน

ส่วนกำหนดผลประโยชน์และรายระเอียดโครงการ 1.สินค้านำเข้า กำหนดต้นทุนจากแหล่งจ่ายสินค้า คิดรวมค่าขนส่งและภาษี เพื่อกำหนดราคาต้นทุนที่ทางบริษัทต้องจ่าย เพื่อนำสินค้าส่งข้ามประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางเรือหรือเครื่องบิน 2.ปลายทาง หลังจากสินค้าถูกนำเข้ามาในประเทศแล้ว บริษัทจะจัดส่งให้กับลูกค้าผ่านทางระบบคมนาคมภายในประเทศ และคิดรวมค่าขนส่งและกำไร ที่ลริษัทจะได้รับ 3.นักลงทุน สิ่งที่นักลงทุนได้รับ คือ กำไรจากการลงทุนกับบริษัท เพื่อจัดซื้อสินค้าจากแหล่งผลิตสู่แหล่งจ่ายสินค้า โดยเป็นกำไรที่ได้ทำการตกลงกับทางบริษัทไว้ตั้งแต่ต้นของการเริ่มลงทุน จะได้รับการจ่ายเงินทุกๆ 40 วัน 2 รอบจ่ายหลังจากเริ่มลงทุน พร้อมหักภาษี ณ ที่จ่ายรวม 7 % อัตราแลกเปลี่ยน นับจาก Dividend Yield สูง แต่มีแหล่งที่มาของกำไรที่ไม่สม่ำเสมอ เช่นจะปันผลสูงได้ต่อเมื่อมีกำไรพิเศษ หรือต่อเมื่อสามารถขายสินค้าและบริการได้เท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม โดยที่สินค้าและบริการนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีการซื้อซ้ำ (Non-Recurring Income) ฉนั้นผลกำไรอาจจะคลาดเคลื่อนได้ 
!!  ส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ Shareholders’ Equity เป็นองค์ประกอบทางการเงินที่สำคัญยิ่งของบริษัททุกแห่ง เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจทั้งหมด โดยการเป็นแหล่งทุนเริ่มแรกเพื่อนำไปผลิตสินค้าหรือบริการที่จะกลายเป็นยอดขายให้กับบริษัท เพื่อสร้างผลกำไรให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโตยิ่งๆ ขึ้นไปไม่รู้จบ ตามหลักบัญชีขั้นพื้นฐาน โครงสร้างทางการเงินของบริษัทจะเป็นไปตามสมการที่ว่า สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น หรืออาจกล่าวได้ว่า สินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท ถ้าไม่ได้มาด้วยเงินของเจ้าของ (ผู้ถือหุ้น) เอง ก็เกิดจากการก่อหนี้สินเพื่อไปซื้อมา โดยทั่วไป ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจมาแล้วมีผลกำไรตามที่ต้องการ จะประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ 1) ทุนชำระแล้ว (เงินทุนที่ผู้ถือหุ้นนำเข้ามาในบริษัทจริงๆ) และ 2) กำไรสะสม (ผลรวมของกำไรสุทธิที่ได้จากการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา) สำหรับการลงทุนในหุ้นซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี แท้จริงแล้ว ก็คือการซื้อมูลค่าของส่วนของผู้ถือหุ้นที่แบ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ เท่าๆ กัน (หรือที่เรียกว่า หุ้น) เพื่อให้คนจำนวนมากสามารถร่วมกันเป็นเจ้าของบริษัทได้...
!  เมื่อธุรกิจสามารถทำรายได้อย่างต่อเนื่อง และมีกำไรสะสม บริษัทมักจะมีนโยบายการจ่ายปันผลเพื่อเป็นการแบ่งกำไรกลับคืนสู่ผู้ถือหุ้น การจ่ายปันผลสามารถจ่ายเป็นลักษณะของเงินปันผล หรืออาจจะจ่ายเป็นหุ้นก็ได้ วันนี้ เรามาดูกันครับว่า การจ่ายปันผลแต่ละแบบมีข้อดีอย่างไร การจ่ายเป็นเงินปันผล  สำหรับบริษัทใหญ่ ๆ ที่ธุรกิจค่อนข้างจะอยู่ตัว และไม่ได้มีโครงการใหญ่ ๆ ที่จำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก หลายบริษัทมักจะจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด เช่น ประกาศอัตราการจ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น หากเรามี 10,000 หุ้นก็หมายความว่า เราจะได้รับเงินปันผล 5,000 บาท แต่เงินปันผลนี้จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% หรือเท่ากับว่า เราจะได้รับเงินเข้าบัญชี 4,500 บาท อย่างไรก็ตาม เงินที่ถูกหักภาษีนี้สามารถนำไปขอคืนภาษีได้ครับ หนึ่งในข้อดีของการถือหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ คือ นับว่าเป็นแหล่งสร้างกระแสเงินสดแบบ Passive income ได้ทางหนึ่ง การจ่ายปันผลเป็นหุ้น  จะเป็นการเพิ่มจำนวนหุ้นในบริษัท ทว่ามูลค่ารวมของบริษัทยังคงไม่เปลี่ยนแปลง จึงส่งผลให้มูลค่าต่อหุ้นลดลง หรือที่เรียกว่า Dilution effec...