ส่วนกำหนดผลประโยชน์และรายระเอียดโครงการ 1.สินค้านำเข้า กำหนดต้นทุนจากแหล่งจ่ายสินค้า คิดรวมค่าขนส่งและภาษี เพื่อกำหนดราคาต้นทุนที่ทางบริษัทต้องจ่าย เพื่อนำสินค้าส่งข้ามประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางเรือหรือเครื่องบิน 2.ปลายทาง หลังจากสินค้าถูกนำเข้ามาในประเทศแล้ว บริษัทจะจัดส่งให้กับลูกค้าผ่านทางระบบคมนาคมภายในประเทศ และคิดรวมค่าขนส่งและกำไร ที่ลริษัทจะได้รับ 3.นักลงทุน สิ่งที่นักลงทุนได้รับ คือ กำไรจากการลงทุนกับบริษัท เพื่อจัดซื้อสินค้าจากแหล่งผลิตสู่แหล่งจ่ายสินค้า โดยเป็นกำไรที่ได้ทำการตกลงกับทางบริษัทไว้ตั้งแต่ต้นของการเริ่มลงทุน จะได้รับการจ่ายเงินทุกๆ 40 วัน 2 รอบจ่ายหลังจากเริ่มลงทุน พร้อมหักภาษี ณ ที่จ่ายรวม 7 % อัตราแลกเปลี่ยน นับจาก Dividend Yield สูง แต่มีแหล่งที่มาของกำไรที่ไม่สม่ำเสมอ เช่นจะปันผลสูงได้ต่อเมื่อมีกำไรพิเศษ หรือต่อเมื่อสามารถขายสินค้าและบริการได้เท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม โดยที่สินค้าและบริการนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีการซื้อซ้ำ (Non-Recurring Income) ฉนั้นผลกำไรอาจจะคลาดเคลื่อนได้
!! ส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ Shareholders’ Equity เป็นองค์ประกอบทางการเงินที่สำคัญยิ่งของบริษัททุกแห่ง เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจทั้งหมด โดยการเป็นแหล่งทุนเริ่มแรกเพื่อนำไปผลิตสินค้าหรือบริการที่จะกลายเป็นยอดขายให้กับบริษัท เพื่อสร้างผลกำไรให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโตยิ่งๆ ขึ้นไปไม่รู้จบ ตามหลักบัญชีขั้นพื้นฐาน โครงสร้างทางการเงินของบริษัทจะเป็นไปตามสมการที่ว่า สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น หรืออาจกล่าวได้ว่า สินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท ถ้าไม่ได้มาด้วยเงินของเจ้าของ (ผู้ถือหุ้น) เอง ก็เกิดจากการก่อหนี้สินเพื่อไปซื้อมา โดยทั่วไป ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจมาแล้วมีผลกำไรตามที่ต้องการ จะประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ 1) ทุนชำระแล้ว (เงินทุนที่ผู้ถือหุ้นนำเข้ามาในบริษัทจริงๆ) และ 2) กำไรสะสม (ผลรวมของกำไรสุทธิที่ได้จากการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา) สำหรับการลงทุนในหุ้นซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี แท้จริงแล้ว ก็คือการซื้อมูลค่าของส่วนของผู้ถือหุ้นที่แบ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ เท่าๆ กัน (หรือที่เรียกว่า หุ้น) เพื่อให้คนจำนวนมากสามารถร่วมกันเป็นเจ้าของบริษัทได้...